THAI ELEC CLUB




Author Topic: เสี่ยแตงโม … จาก 80,000 สู่พันล้าน  (Read 32 times)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • Posts: 60
    • View Profile
Advertisement




Advertisement








 เสี่ยแตงโม … จาก 80,000 สู่พันล้าน

มือข้างหนึ่งถือกรรไกรค่อย ๆ บรรจงจัดแต่งทรงผมลูกค้าให้เข้าที่
ทันใดนั้นก็มีรถป้ายแดงขับมาจอดที่หน้าร้าน พร้อมกับตะโกนเรียกช่างตัดผม … “แตงโม” อยู่มั้ย
.
เปล่าครับ เค้าไม่ใช่ลูกค้า แต่เป็นเพื่อนกัน ต้องการมาโชว์รถใหม่ พร้อมบอกว่า “รถคันนี้หุ้นให้มา”

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “เสี่ยแตงโม” ที่กำเงิน 80,000 บาท จากการตัดผม เข้าสู่ตลาดหุ้น ปั้นพอร์ตจนมาเป็นหลักพันล้านบาทในวันนี้
..
เค้าทำได้อย่างไร และมีอะไรที่เราสามารถเรียนรู้จากชีวิตเค้าได้บ้าง วิตามินหุ้นมีคำตอบให้คุณครับ
.
-----------------------------------------------------------------
..
เสี่ยแตงโม หรือ "สมเกียรติ ธนัตถ์เจริญกุล" นักลงทุนจากหาดใหญ่ ก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นเมื่อปี 2533 ก่อนซัดดัมบุกยึดคูเวตเพียงแค่ 2 อาทิตย์ แต่นั่นก็เพียงพอกับการทำให้เงินต้นเหลือแค่ 30,000 บาท เพราะหุ้น 2 ตัวที่เขาซื้อ คือ TGCI กับ NAVA (นวธนกิจ) ตกติดฟลอร์
.
เล่นหุ้นขาดทุนจนเพื่อนบอกว่า “ถ้ามึงเล่นหุ้นอย่างนี้กลับไปตัดผมเหอะ” เล่นอย่างมึงน่ะ "เจ๊ง" คำพูดของเพื่อนมันเจ็บมาก แต่ก็ทำให้เสี่ยฮึดสู้และบอกกับตัวเองว่า “กูจะประสบความสำเร็จกับหุ้นให้ได้" โดยใช้เวลา 4 ปี ศึกษาหาความรู้ในการลงทุน และไปยืมเงินแม่มาอีก 50,000 บาท เพื่อตั้งต้นขอสู้ใหม่อีกซักตั้ง และรอบนี้เค้าทำได้
.
ซื้อวันนี้ขายพรุ่งนี้ เล่นเก็งกำไรอย่างเดียว กำไรทีละเป็นล้าน บางทีกำไรเดือนละ 8 ล้านบาท จาก 80,000 เลยกลายมาเป็น 10 ล้านบาทในเวลาไม่นาน
.
จากหลักสิบมาเป็นหลักร้อย ด้วยเงินกู้นอกระบบ กู้ล้านนึงจ่ายดอกวันละ 2,500 บาท แต่เขามองว่าคุ้มเพราะเน้นเล่นสั้นอยู่แล้ว บวกกับเล่น Warrant ทำให้พอร์ตโตเร็วขึ้นไปอีก
.
แต่ทว่าจากหลักร้อยมาสู่พันล้านกลับกลายเป็นการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี มีการเติบโต เพราะเสี่ยแตงโมบอกว่า ชีวิตเค้าแขวนอยู่บนเส้นด้ายมาเป็นสิบ ๆ ปี เค้าเริ่มถอยห่างจากหุ้นเก็งกำไร หันมาเล่นหุ้นตัวใหญ่เพื่อลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคา และเขาก็ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำจาก TOP กับ PTT หรือแม้แต่ตัวล่าสุดที่เราเห็นเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ นั่นก็คือ EA
.
====================================
.
** สรุปหลักการลงทุนของเสี่ยแตงโม **
.
1) เล่นหุ้นขาขึ้น ซื้อตัวที่ New High ด้วยสูตร 5-3-2
.
ด้วยความเชื่อที่ว่า “ของดีต้องแพงที่สุด” เพราะเคยซื้อหุ้นก่อนแนวโน้ม คิดว่าเดี๋ยวมันจะต้องขึ้น แต่สุดท้ายมันก็ไม่ขึ้น กลายเป็นว่า ซื้อดักรอ ต้องรอดักดาน เลยเลือกที่จะรอให้มันแสดงออกมาก่อนว่าดีจริง แล้วซื้อตาม บางครั้งซื้อที่ Ceiling แล้วไปขายที่อีกซิลลิ่ง โดยซื้อครั้งแรก 50% ถ้ามันขึ้นซื้ออีก 30% ถ้าขึ้นอีกซื้ออีก 20% แต่ถ้าซื้อแล้วมันลงจะหยุดซื้อทันที
.
2) หุ้นขาลง แม้ขาดทุนก็ต้องขาย
.
ถ้าซื้อแล้วมีคนขายใส่ ดันราคาหุ้นขึ้นไปไม่ได้ แสดงว่าเจอตอ ผู้ที่อยากขายใหญ่กว่าเรา ให้ถอยทันที ขายทิ้งทุกราคา แม้ใครจะบอกว่าหุ้นตัวนั้นดีมาก ระยะกลางดี ถ้าดีจริงมันต้องไม่ลง โดยยึดคติที่ว่า
.
“น้ำกำลังเชี่ยว อย่าเอาเรือไปขวาง จำไว้เวลาหุ้นขาลง แม้ขายขาดทุนก็ต้องขาย ต้องยอมเสีย Civic ไปหนึ่งคัน ไม่งั้น Mercedes-Benz คุณหาย!!"
.
ต่างกับคนส่วนใหญ่ที่มักจะกล้าถือตัวที่ขาดทุน เพราะว่าทุกคนคิดว่าเดี๋ยวมันก็ต้องขึ้น แต่คำถามก็คือ แล้วเมื่อไหร่จะขึ้น ตอนขายทำใจไม่ได้เพราะขาดทุนเยอะ
.
3) ก่อนซื้อหุ้นต้องทำการบ้าน ยิ่งเจ๊งยิ่งต้องทำการบ้าน
.
ก่อนที่เราจะซื้อหุ้นตัวไหน ต้องทำการบ้านมาให้ดีก่อน ดังนั้นเมื่อเราซื้อมันต้องขึ้น ถ้ามันลงก็ขายเหอะ เดี๋ยวขาดทุนเยอะ แล้วกลับไปทำการบ้านใหม่
.
เช่นกันเวลาเจ๊ง เวลาขาดทุน ต้องกลับมาทำการบ้านทุกครั้ง เช่น ดูบทวิเคราะห์เขาแนะให้เรา ซื้อ แต่มันไม่ขึ้น หรือ ขึ้นมาแล้ว แล้วเราดันซื้ออีก เวลาเค้าแนะให้ซื้อ ต้องดูที่ผ่านมาด้วยว่ามันขึ้นแล้วหรือยัง ขึ้นไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกินสามสิบก็หยุดเหอะ อย่างไปซื้อมันเลย เพราะมาร์เก็ตเมกเกอร์อาจจะพอใจในตรงนั้นแล้ว
.
4) ตลาดไซด์เวย์ให้หยุดดู ตลาดขาลงให้เลิกลงทุน
.
ถ้าช่วงไหนสถานการณ์ไม่ดี เช่น มีปัญหาภาษีการค้าระหว่าง จีน กับ สหรัฐ แม้อาจดูว่าไม่มีอะไร แต่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ก็ไม่ควรประมาท ให้หยุดดูท่าที บางทีหุ้นพื้นฐานที่เราชอบอาจเป็นสิ่งที่พวกขาชอร์ตใช้ตรงนี้เป็นเป้าหมาย ก็ต้องระวังตัวเพิ่มหลายเท่า
.
5) ลงทุนระยะยาวกับบริษัทที่พื้นฐานดี
.
ศึกษาข้อมูลของบริษัท ดูการเติบโต ดูกำไรในอดีต แล้วก็ดูโครงการต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิด กำไรจะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง ใช้เงินเย็น ไม่ได้เดือดร้อนเงิน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องขายหุ้นที่คิดว่าดีมาก ก็จะถือไปเรื่อย ๆ เพราะเขาเคยพลาดขาย AOT ไปตอน 79-80 บาท (ตอนพาร์ 10 บาท) ถ้าถือไว้ก็ไม่รู้กำไรเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว
.
6) Leverage ด้วยเงินกู้นอกระบบ
.
ผมเป็นคนกล้ารวยครับ ชีวิตผม ผมกลัวอย่างเดียว คือไม่รวย เวลาผมเจอหุ้นที่ดีมาก ผมบอกคนรู้จักว่า คุณไปขายบ้านคุณ มาซื้อหุ้นตัวนี้ ผมรับรอง รวยแน่นอน นี่คิอคำพูดที่เสี่ยแตงโมเคยพูดสมัยก่อน และใช้เงินกู้นอกระบบในการขยายพอร์ต ซึ่งต้องบอกว่ากล้าได้กล้าเสียมาก
.
แต่ในวันนี้ เขาบอกว่า นักลงทุนมิควรทำแบบผม เพราะมันเสี่ยงมาก ๆ ครับ จริง ๆ แล้ว นักลงทุนควรจะใช้วงเงินที่บริษัทหลักทรัพย์ที่นักลงทุนได้ลงทุนอยู่ทุกวันนี้ เรียกว่า บัญชีเครดิตบาลานซ์ เท่านั้นพอ เพราะไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ต่างกับการเอาชีวิตไปยืนอยู่บนเส้นด้าย
.
==========================
.
** มองจากมุมวิตามินหุ้น **
.
1) พอร์ตเล็กปั้นให้ใหญ่ทำได้จริง
.
ผมเห็นนักลงทุนเก่ง ๆ หลายคนที่เริ่มต้นจากหลักแสนกลายเป็นร้อยล้าน พันล้าน ว่าทำได้จริง แต่เขาเหล่านั้นมีความกล้า ความปราราถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้สำเร็จ วิธีการอาจต่างกัน แต่เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน เดินไปเรื่อย ๆ ให้ถูกทาง ยังไงก็ไปถึง
.
2) นักรบทุกคนย่อมมีบาดแผล
.
แทบจะน้อยคนมากที่ซื้อหุ้นถูกตัวและกำไรมาตลอดทาง ส่วนมากที่เห็นคือ ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ขาดทุนแทบหมดตัว แต่สุดท้ายก็กลับมาได้ ผมว่าเพราะ 2 อย่าง คือ “กลัวไม่รวย” กับ “ขยันทำการบ้าน” ตรงไหนผิดรู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร แล้วคราวหน้าอย่าผิดซ้ำ
.
3) ความเสี่ยงลดลงตามอายุที่มากขึ้น
.
หลายคนอีกเหมือนกันที่ตอนวัยรุ่น บู๊ล้างผลาญมาก กล้าได้กล้าเสีย แต่พออายุมากขึ้นเริ่มมีความคิดที่ไม่อยากเสี่ยงแล้ว อย่างเสี่ยแตงโม ก็เอาเงินไปซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ กะว่าลูกสาวจบโทจากสวิตเซอร์แลนด์มาจะสร้างโรงแรมให้ลูก ที่หาดใหญ่ก็มีทำอสังหาให้เช่า พอร์ตหุ้นก็เปลี่ยนไป เน้นลงทุน 70% และเก็งกำไร 30%
.
4) ผสมผสานทั้งเทคนิค พื้นฐาน และจิตวิทยา
.
คนเก่ง ๆ หลายคน ไม่ได้ยึดถือแนวทางของตัวเองเป็นหลักแต่อย่างเดียว แต่ว่าก็ยังเปิดรับฟังความเห็นคนอื่น หรือแนวทางแบบอื่นเข้ามาผสมผสาน คนที่ดูปัจจัยพื้นฐาน ก็ยังอาศัยกราฟเข้ามาจับจังหวะ หรือก็ยังต้องดูจิตวิทยามวลชน sentiment ของตลาด เข้ามาผสมผสาน
.
..
อยากให้ทุกคนลองศึกษา หลักการลงทุนของเสี่ยแตงโมเป็นตัวอย่าง แล้วลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ เพราะไม่ใช่ว่าหลักการทุกอย่างจะเหมาะสมกับตัวเรา บางอย่างก็ทำให้เลือดสูบฉีดหัวใจมากเกินไป ลองเอาไปปรับใช้ให้เข้ากับตัวเราเองกันดู ไม่แน่ว่าอีกสิบปีข้างหน้า คุณก็จะมีพอร์ตหลักพันล้านได้เช่นกัน
.
ป.ล. ขอบคุณพี่ Ake Thamrong ที่โพสต์เรื่องนี้ ทำให้ผมเข้าไปค้นหาข้อมูลต่อ ขอบคุณข้อมูลจาก www.hoonsmart.com หุ้นสมาร์ท - HoonSmart : เสนอความจริง ทุกการลงทุน และกรุงเทพธุรกิจ Biz Week
.
#เสี่ยแตงโม #วิตามินหุ้น