WWW.THAI ELEC CLUB.COM








Author Topic: จากเงินเดือน 10,000 เป็น 100,000 Cr.Bluebird at Bonneville~*@PANTIP  (Read 1621 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
Advertisement


= จากเงินเดือน 10,000 เป็น 100,000 = [ตอนที่ 1]

เงินเดือน 100,000 อาจจะไม่มากสำหรับบางท่านที่เงินเดือน  3-4 แสน ,เจ้าของกิจการหรือลงทุนในหุ้นนะคะ : )
แต่ว่าสำหรับเราก็ถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญ ทั้งหมดนี้เราใช้เวลาทำงานประมาณ 8 ปี
ด้วยโพรไฟล์ปกติ จบม.รัฐ เกรดนิยม (ไม่ใช่เกียรตินิยม)  คือ 2. XX  เท่านั้น  อมยิ้ม20

เป็นความตั้งใจมานานตั้งแต่เงินเดือนไม่กี่หมื่น จะมาเขียนแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเอง เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆ
โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือคนที่กำลังท้อกับการทำงานค่ะ

อาจจะมีหลายตอน ตามแต่เวลาจะอำนวยและความนิยมของผู้อ่าน อิอิ
ถ้าใครมีคำถามหรืออยากให้เพิ่มเติมตรงไหนเป็นพิเศษก็บอกได้นะคะ  อมยิ้ม01

..................................

:: เริ่มหางาน ::

เอาละสิ ..  ตอนจบปริญญาตรีเทียบกับเพื่อนในกลุ่ม เราเกรดน้อย (เกือบ) สุด  เพื่อนๆ เกียรตินิยมกันเป็นแถว
ตอนนั้นเราตั้งเป้าว่าเอาบริษัทขนาดกลาง -> ใหญ่ ละกัน

บริษัทแรกเป็นโรงงานผลิตสินค้าที่มีชื่อพอควร เจ้าของคนไทย
ตอนสัมภาษณ์เกรดเทอมสุดท้ายยังไม่ออก
พี่ผู้จัดการมองหน้าแล้วถามว่า แน่ใจว่าจะจบใช่มั้ยครับ?
.. แน่ใจค่ะ.. ทำหน้ามั่นใจสุดชีวิต  (จริงๆ พอโดนถามเริ่มเสียความมั่นใจ)

เริ่มต้นที่ 10,000 บาท ทำงาน 6 วัน
เราก็ลังเล เพราะเพื่อนๆ เริ่มที่ 13,000 บ้าง 22,000 บ้าง
แต่สุดท้ายก็คิดว่า ลองดู เพราะโพรไพล์บริษัทก็ไม่ถึงกับแย่มาก
ทำไปได้สัก  2 เดือนก็เริ่มรู้แล้วว่าไม่เหมาะ เพราะงานน้อยมาก..  ไม่ค่อยจะมีอะไรทำ
วัฒนธรรมองค์กรชิวเกินนน  ยิ่งตอนนั้นเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง ทำไปได้ไม่ถึงปีเลย
ทำยังไงดี... 

หางานใหม่ ?
เรียนต่อ ?

เราเชื่อว่าน้องๆ ที่พึ่งทำงานใหม่ๆ หลายคนต้องเคยผ่านความคิดอยากหนีไปเรียนต่อ แบบนี้มาบ้าง

สิ่งที่จะต้องหาคำตอบคือ  'เรียนต่อ' เพื่ออะไร
- เปลี่ยนสายงาน
- หาความรู้เพิ่ม
- หาคอนเนคชั่น
- ใครๆ ก็เรียนกัน ?
- ขี้เกียจทำงานแล้ว -_-"

สำหรับเราได้คำตอบว่า ต้องการเปลี่ยนสายงาน..
ถ้ายังหาคำตอบที่ดีไม่ได้ แนะนำว่าอย่าพึ่งเรียน



:: เรียนต่อโท ::

มหาลัยไหนดี ..  ถ้าเป็นไปได้ก็ยังแนะนำให้เลือกสถาบันระดับต้นๆ 
ไหนๆ จะเสียเงินอีกหลายแสนแล้ว นอกจากได้ความรู้ ก็ถือว่าสร้างโพรไฟล์และคอนเนคชั่นไปด้วย
ไม่ได้บ้าสถาบันแต่อย่างใด แต่ในโลกความจริง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นใบเบิกทางระดับหนึ่ง

แนะนำให้ทำงานไปอย่างน้อยสัก 1- 2 ปี ค่อยเรียนไปพร้อมกับทำงาน
เพราะเราเรียนภาคปกติ รู้สึกว่าไม่ได้ประโยชน์เท่าภาคพิเศษ
นอกจากความชิวกว่าในการเรียน 555

การเรียนภาคพิเศษคุณจะเหนื่อยมากๆ แต่สำหรับเราคิดว่าคุ้มค่า

สุดท้ายพอจบมาเราก็เปลี่ยนสายงานได้ตามตั้งใจ
เงินเดือนขยับมาที่ 2x,xxx

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ปีกว่า

..................................

เดี๋ยวค่อยมาต่อนะคะ 
ขอบคุณค่ะ

ตอนแรกว่าจะแยกกระทู้  แต่รวมกันเป็นอันเดียวน่าจะหาง่ายกว่าเนอะ
แก้ไขชื่อกระทู้ไม่ได้ด้วย แหะ แหะ


« Last Edit: 26/10/2015 [15:40:18] by admin »

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: อยากมีธุรกิจของตัวเอง ::

ทำงานมาไม่กี่เดือน ก็เริ่มเบื่อ (อีกแล้ว)
ต้องยอมรับว่าช่วงอายุ 20 กว่า ๆ เป็นช่วงแสวงหาประกอบกับอาจจะยังปรับตัวไม่ค่อยได้
หลายๆ อุตสาหกรรมจะมีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว เช่น FMCG , Garment , Bank
บริษัทที่เราเข้าไป คนค่อนข้างแรง  เรารู้สึกกดดันมาก
ถ้าเป็นสมัยนี้คงทนได้  ความต้านทานสูง 555

ก็เหมือนกับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป พอเบื่องานก็ชักอยากจะทำธุรกิจของตัวเอง
เราก็เหมือนกัน คิดเอาง่ายๆ ว่าเรียนมาด้านบริหาร คงพอทำอะไรได้
คุยกะเพื่อนแป๊บๆ เพื่อนก็เบื่องานเหมือนกัน ตกลงจะทำ catering กัน
ด้วยความไม่มีประสบการณ์ไม่ได้วางแผน
เรากะเพื่อนลาออกจากงานเลย  (เราทำได้แค่ปีนึง)
ผลปรากฎว่า เจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เม่าในกองไฟ

ว่างงานอยู่ 3 เดือน
.. อันนี้ฝากถึงคนที่คิดจะลาออกจากงานมาทำธุรกิจเอง
การวางแผนและประเมินสถานการณ์ สำคัญมาก

:: ตกงาน ::

กลายเป็นคนตกงาน.. ช่วงนี้ส่งอีเมล์สมัครงานเป็นร้อยๆ
เว็บสมัครงานที่ดีที่สุดสำหรับเรา ( จนถึงตอนนี้) คือ jobsdb.com
Resume เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

เดือนแรกยังชิวๆ แต่ตกงานเดือนที่ 3 ชักเครียด


:: สัมภาษณ์ยังไงให้ได้งาน ::

Resume เขียนให้ดี ยาวพอประมาณ เราว่า 1-2 หน้าก็พอ
บุคลิกสำคัญมาก ๆ พอๆกับความสามารถของคุณ
แต่งตัวให้เรียบร้อยพอประมาณ แต่ต้องดูมั่นใจ
พูดจาให้เป็นมิตรแต่ชัดเจน
ไปให้ตรงเวลา
เตรียมตัวไปให้ดี เดี๋ยวนี้ข้อมูลในเนทมีเยอะแยะ

ประสบการณ์ส่วนตัว ทั้งเป็นผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้สัมภาษณ์
เคมีที่ตรงกันของเรากับเจ้านายสำคัญมากๆ

ถ้าเรารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ดูขัดๆ ระหว่างเรากับเจ้านายตั้งแต่แรก
บางทีก็จะปฏิเสธงานนั้นไป

ถ้าอยากรู้ว่าองค์กรมีปัญหาด้านไหนก็พยายามสังเกตจากคำถามของคนสัมภาษณ์
เช่น ถ้าเจอปัญหาเรื่องคน จะรับมือยังไง
เจ้านายปัจจุบันเป็นยังไง

งานเลือกเรา แต่เราก็มีสิทธิ์เลือกงานเช่นกัน

สุดท้ายโชคดีได้งานใหม่ ใกล้บ้าน เป็นบริษัทต่างชาติ แถมเป็นระดับ senior
เงินเดือน 25, xxx

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: ผลงานดี เพื่อนร่วมงานรัก เจ้านายชอบ ::

3 อย่างนี้จะช่วยผลักดันความก้าวหน้าได้อย่างมาก

ยังไงที่เรียกว่าผลงานดี?

บางคนรู้สึกว่าชั้นก็ทำงานมาตั้งเยอะ กลับดึกๆ ดื่นๆ ทำไมไม่โตสักที
ให้ลองดูว่า งานที่คุณทำ ทำอยู่แบบไหน เป็นงานที่มีความสำคัญหลักกับองค์กรหรือเปล่า
ที่ทำงานหนักเพราะระบบไม่ดี แล้วเราช่วยปรับปรุงได้มั้ย
คุณสามารถพัฒนางานที่ทำอยู่ให้ดีขึ้นได้ยังไง

อีกแบบนึง คำว่าทำงานเช้าชามเย็นชามไม่ได้เห็นในระบบราชการอย่างเดียว
ในองค์กรเอกชนก็จะเห็นคนประเภทนี้ คือ ทำตามหน้าที่เท่านั้น
เวลาว่างเล่นเนท เข้าเฟสบุ๊ค
ถ้ามีโปรเจคพิเศษ ต้องทำอะไรเพิ่ม จะบ่นเป็นคนแรกๆ โดยยังไม่ได้ฟังเหตุผลด้วยซ้ำ

ถ้าคุณอยากจะผลงานโดดเด่น ก็ต้องทำงานให้มืออาชีพ
พัฒนาอยู่เสมอ ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง
มีโปรเจคท์อะไรใหม่ๆ ถือว่าเป็นโอกาส

สิ่งที่คิดว่าหลายๆ คนมักจะเป็น คือ
- ไม่ถาม ไม่พูดในห้องประชุม
- อีโก้สูง
- ชอบดราม่า ใช้อารมณ์
- มองภาพรวมไม่ออก
- คิดว่าต่างชาติเก่งกว่าเราเสมอ

ซึ่งเป็นจุดที่ควรจะปรับปรุง
ถ้าทำมาทั้งหมดนี้แล้วยังไม่เห็นความก้าวหน้า สุดท้ายต้องเปลี่ยนองค์กร
คิดไว้เสมอว่าบริษัทมีให้เราเลือกอีกเป็นพัน เป็นหมื่น

ถ้าเราเป็นนักเทนนิส ถนัดคอร์ทหญ้า แต่มัวแต่ไปแข่งในคอร์ทดิน
ยังไงก็แพ้ สู้ไปหาคอร์ทที่เหมาะกับเราดีกว่า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
ลำดับต่อมา คือ เพื่อนร่วมงานรัก ...

เรื่องนี้เป็นศาสตร์และศิลป์  แต่ที่เราพอจะสรุปออกมาได้คือ
- มีมนุษย์สัมพันธ์ดีพอสมควร

- ให้เกียรติคนทุกระดับ  เราทักทายทุกคน ตั้งแต่พี่แม่บ้านยันประธานบริษัท
   เชื่อมั้ยว่าการพูดสวัสดี ทำให้บรรยากาศดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

- อย่าเข้าพวกกับใครเป็นพิเศษ คุยได้กับทุกคน

- การบ่นใคร ทำได้แต่พองาม เลี่ยงได้เป็นดี ประเภทด่าแบบดุเดือด ทำได้ เพราะเราก็คนธรรมดา มีอารมณ์เป็นปกติ
   แต่... ควรไปด่าให้ครอบครัว แฟน เพื่อนที่ไม่ได้อยู่ในองค์กรฟัง

    Facebook!!  ถ้ายังคิดว่าเป็นคนธรรมดาซึ่งต้องการที่ระบายในบางครั้ง
                     กรุณาอย่า add facebook เพื่อนร่วมงาน หรือไม่ก็ต้องระวังมากๆ ตั้ง  private , group ให้ดี
                     เพราะมันสามารถทำให้ชีวิตการทำงานของคุณยุ่งยากขึ้นอีกหลายเลเวล

- อย่าสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

-  เวลาทำงานเป็นทีม ให้เครดิตคนอื่นตลอด

- ไปสังสรรค์หรือร่วมกิจกรรมบ้าง

การเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน ถึงดูแล้วจะไม่เกี่ยวกับหน้าที่โดยตรง
เพราะบางคนอาจจะเชื่อว่า ชั้นก็เจ๋งอยู่แล้ว เจ้านายก็ดัน ไม่เห็นต้องแคร์
แต่เชื่อเถอะว่าข้อนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณในหลายๆ ด้าน เช่น

- ผ่อนหนัก ให้เป็นเบา เวลามีความผิดพลาด ความขัดแย้ง
- เป็นคนแรกๆ ที่ใครๆ ก็นึกถึงเวลามีโปรเจคพิเศษ
- ได้ข้อมูลแบบอินไซด์ ช่วยให้งานรวดเร็วขึ้นอีกเยอะ

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
ลำดับสุดท้าย ซึ่งสำคัญมากกก คือ เจ้านายชอบ !

เมื่อตอนเป็นเด็กน้อย เราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับข้อนี้เท่าไหร่
คิดว่าถ้าทำงานดี เจ้านายก็ต้องชอบเอง ในความเป็นจริงแล้ว ไม่เสมอไป

เราสามารถทำให้เจ้านายชอบ โดยการทำงานได้
ทั้งนี้ต้องสร้างสมดุลด้วย อย่าเอาใจมากเกินจนโดนคนอื่นหาว่าประจบประแจง

มีรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มอีกนิดหน่อย

ลำดับแรกคุณต้องเข้าใจสไตล์หรือนิสัยของเจ้านายคุณก่อน เอาง่ายๆ เลย
คุณรู้มั้ยว่าเจ้านายคุณเป็นยังไง

ชอบให้ลูกน้องถาม หรือไม่ชอบ ?
อยากให้ลูกน้องลุยเอง หรือไม่ชอบและมองว่าข้ามหัว ?
ชอบฟังพรีเซนต์สั้นๆ หรือชอบฟังรายละเอียด ?

เรื่องพวกนี้คุณต้องสังเกตและปรับสไตล์การทำงานให้เข้ากับเจ้านาย

แต่ส่วนมากลูกน้องที่เจ้านายชอบเหมือนๆ กัน คือ
- ความกระตือรือล้น ดูแลตัวเองได้ บางที่อาจจะดูเหมือนกันไม่สอนงาน แต่ลูกน้องก็ต้องถามหรือหาทางเรียนรู้ทางใดทางหนึ่ง

-  มีความยืดหยุ่น  คือ ทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกันและบริหารได้ดี

- ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่มีประโยชน์ที่จะไปขึ้นเสียงแข่งกับนาย
  แย้งได้ แต่ต้องทำแบบนุ่มนวลหน่อย

- แจ้งปัญหาได้ทันเวลา พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข
  เพราะเจ้านายต้องคิดร้อยแปดพันเรื่อง เป็นลูกน้องจะหวังให้เจ้านายเข้าใจในทุกรายละเอียดของงานในทีม
  เป็นไปไม่ได้แน่นอน.. 

  ลูกน้องต้องแจ้งปัญหา สรุปรายละเอียด เสนอทางเลือก พร้อมบอกข้อดีข้อเสียของแต่ละข้อ
  เพื่อให้เจ้านายตัดสินใจ
  อันนี้ต้องทำให้ติดเป็นนิสัย  ไม่ใช่เจอปัญหาก็เงียบไว้หรือบอกแค่ปัญหาแล้วให้เจ้านายไปคิดต่อ

ถ้าคุณบรรลุ 3 อย่างนี้ได้ :: ผลงานดี เพื่อนร่วมงานรัก เจ้านายชอบ ::
โอกาสดีๆ ก็จะตามเข้ามาเอง

บริษัทนี้เราทำได้สักพัก เจ้านายเกิดจะไม่อยู่ เลยดันเราขึ้นแทนเค้า เป็นจังหวะที่ดีด้วยส่วนหนึ่ง
ก็ได้ขึ้นเป็นระดับ manager  เงินเดือนไม่ได้เยอะมาก แต่เทียบกับอายุ 25- 26 ก็ถือว่าไม่เลว แล้วก็อยากได้โพรไฟล์ด้วย
เราก็เลยรับข้อเสนอที่  35,xxx   บาท

แต่ความหนักและยากของงานก็ตามมาพร้อมเงินเดือน ตอนนั้นเหนื่อยมากก

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: คุม Project กันเถอะ ::

พอเป็น manager กะเค้าได้ไม่ถึงครึ่งปี ตอนนั้นรู้สึกเหนื่อยมากๆ
เดินเข้าไปคุยกับ GM บอกว่าไม่ไหวแล้วอยากจะออก เพราะคนก็หาไม่ได้
งานเยอะมากๆ  เคยกลับบ้านแบบตอนเช้า เพราะต้องส่งงานลูกค้า

พอมาทบทวนดูคือตอนนั้นเรายังไม่มีประสบการณ์ ถึงมีทีม
แต่เราบริหารเวลาไม่ค่อยดี แถมยังประเมินเวลาการทำงานต่ำกว่าความเป็นจริงตลอด
กระจายงานไม่ดี ทำให้เราเหนื่อยมากก
ตอนหลังก็พยายามปรับปรุงเรื่องนี้

GM บอกว่าเอางี้ อย่าพึ่งออก หยุดพักไปก่อนเลย เดือนนึงพอมั้ย
เดี๋ยวทางนี้หาคนทำให้
แล้วอยากไปทำอย่างอื่นหรือเปล่า พอดีมีโปรเจคท์ใหม่เข้ามาอันนึง
สนใจมั้ย ถ้าสนใจเดี๋ยวจะให้ไปทำ ไปฟอร์มทีมเองเลย

เราดูแล้วก็สนใจ ก็เลยรับโอกาสไว้

ลุยโปรเจคท์ได้ประมาณปีครึ่ง คือ ตั้งแต่เริ่มต้นจนมากลางๆ เฟส
เน้นการวางแผนที่ดี แล้วก็ปรับปรุงข้อด้อยของเราที่พูดถึงไว้ข้างต้น
ตอนนั้นเราไม่ได้คิดถึงเงินเดือนเท่าไหร่ เงินก็ปรับเรื่อยๆตามปี
คิดแต่เรื่องความสำเร็จของโปรเจคท์มากกว่า

วันนึง GM ก็เรียกไปคุยบอกว่าคิดว่าถึงเวลาที่เราควรจะได้รับสิ่งตอบแทนจากการทำโปรเจกท์นี้
ก็บอกว่า เพิ่มเงินเดือนจาก 35,xxx  ให้เป็น 5x,xxx  นะ

โอ้....  ปลาบปลื้ม

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: ลูกน้องที่รัก ::

ทั้งหมดทั้งปวง เราจะประสบความสำเร็จในฐานะ manager ไม่ได้เลย
ถ้าไม่มีลูกน้องดีๆ ทีมที่ดี

เหมือนกับที่คุณต้องรู้สไตล์เจ้านาย  คุณก็ต้องรู้สไตล์ลูกน้องด้วยเช่นกัน
ใช้คนให้ถูกงาน ยังคงใช้ได้เสมอ

แต่สิ่งที่คุณเพิ่มเติมให้ลูกน้องได้ คือ การ coach , train
เพื่อดึงศักยภาพของเค้าให้ออกมาได้มากที่สุด
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็อาจจะต้องหาทางออกให้โดยให้ไปทำทีมอื่น
ที่เชื่อว่าจะเหมาะกับเขามากกว่า

เราชอบให้ลูกน้องโต ได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านเราทั้งหมด
เพื่อให้มีโอกาสดีๆ ในอนาคต

เราไม่เคยดราม่าใส่ลูกน้อง ถ้าจะชมก็ชมต่อหน้าทั้งทีม
ถ้าจะตำหนิก็ไปว่ากันสองคน
ว่าแล้วจบ ไม่มีการขุดคุ้ย กระแนะกระแหน

เวลาลูกน้องอยากจะออก เราเป็นคนให้คำแนะนำด้วยซ้ำว่าจะเลือกงานยังไง
เพราะนั่นคืออนาคตที่ดีกว่าของเขา

ทุกวันนี้ลูกน้องเก่าๆ ก็ยังอยากให้ไปสังสรรค์ด้วยเสมอๆ

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: ถึงเวลาโตไปอีกก้าว ::

หลังจากทำงานโปรเจกท์มาจนจบเฟสแรกกับบริษัทนี้ ประมาณ 3 ปีกว่า
ถึงเป็นบริษัทที่เรารักมากๆ แต่ก็เริ่มมองว่าน่าจะถึงเวลาที่ต้องก้าวขึ้นไปอีก
คราวนี้ก็มองบริษัทที่ใหญ่ขึ้นไปอีก อยู่ในวงการเดิม
แต่รายละเอียดงานต่างไปจากเดิมค่อนข้างมาก
ซึงก็มองว่าเป็นข้อดีในการที่จะเพิ่มความรู้ให้กว้างขึ้นไปอีก

มาถึงตรงนี้เราคิดว่าหลักๆ คนทำงานบริษัทจะโตไปได้ 2 ทาง คือ

- Specialist  ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น สอบบัญชี  นักกฎหมาย หรือโปรแกรมเมอร์
- ผู้บริหาร

ซึ่งเราจะต้องวางแผนว่าจะไปทางไหน  สำหรับเราคือขอขึ้นไปทางผู้บริหาร
ดังนั้นความรู้แบบกว้างในวงการเป็นเรื่องสำคัญ
ก็ตัดสินใจไปที่ใหม่เพื่อวัตถุประสงค์นี้
ด้วยข้อเสนอที่ 7x,xxx

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: ทักษะการพรีเซนต์ และ ภาษาอังกฤษ ::

2 ทักษะนี้สำคัญมากกก  ถ้าคุณอยู่ในระดับบริหาร
จริงๆ ภาษาอังกฤษสำคัญกับทุกระดับแต่จะยิ่งเพิ่มความสำคัญขึ้นไปอีกหลายเลเวล ถ้าคุณเป็นผู้บริหาร
โดยเฉพาะเดี๋ยวนี้องค์กรใหญ่ๆ มีหลายชาติ หลายภาษา ภาษาอังกฤษยังไงก็จำเป็นต้องใช้
เพราะถึงคุณจะเป็นคนมีความสามารถขนาดไหน แต่ถ้าไม่สามารถสื่อสารออกไปได้ดี
คุณจะพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย

ดังนั้นพอมาถึงระดับนี้ นอกจากทำงานดี เจ้านายชอบ เพื่อนร่วมงานและลูกน้องรัก
คุณจำเป็นต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษในระดับที่ดีมาก
และมีทักษะการพรีเซนต์ในระดับที่ดี

เราเองแรกๆ ก็สั่นๆ ต้องพูดต่อหน้าคน 50 คน แต่บ่อยๆ เข้าก็เริ่มชิน ก็ยังตื่นเต้นนิดหน่อย
แนะนำว่าต้องฝึกบ่อยๆ  มีโอกาสก็ออกไปพูด

เคยไปเข้าคอร์สกับต่างชาติทั้งคลาสเลย แล้วก็พบสัจธรรมว่า
การที่ต้องออกไปพรีเซนต์ต่อหน้าคนมากๆ ไม่ใช่แค่คนไทยที่กลัว
ทั้งฝรั่งทั้งเอเชียชาติอื่น ก็กลัวไม่แพ้กัน 555

ทำงานมาได้ปีกว่าๆ เจ้านายก็โปรโมทแล้วก็เพิ่มเงินเดือนให้เป็น 8x,xxx

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: Recruitment, Head hunter ::

ในช่วงเงินเดือนระดับนี้  Recruitment , Head hunter เข้ามามีบทบาทมาก
เราฝากโพรไฟล์ไว้หลายที่ เลือกที่เป็นระดับท๊อปๆ จะช่วยให้มีโอกาสเข้ามาเยอะ
และ agency เหล่านี้จะช่วยต่อรองเงินเดือนให้เราได้ค่อนข้างดี

ถึงคุณอาจจะยังไม่ได้อยากเปลี่ยนงานช่วงนี้
แต่การฝากโพรไฟล์ไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ในไทย ส่วนมากคนหางานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้เอเจนต์อยู่แล้ว

ช่วงนี้เอเจนต์ก็เอางานมาเสนอให้เลือกอยู่เป็นระยะๆ
จนเจองานที่ถูกใจในที่ใหม่ ประกอบกับโปรเจคท์ที่ทำอยู่เสร็จพอดี
รวมประสบการณ์ทำงานทั้งหมดตั้งแต่บริษัทแรกจนถึงปัจจุบันประมาณ 8 ปี
สุดท้ายก็ตัดสินใจย้ายงานด้วยข้อเสนอที่ 1xx,xxx 

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 696
    • View Profile
    • Email
:: ตอนจบ ::   สรุปว่าจบในกระทู้เดียว แก้ไขหัวกระทู้ไม่ได้ด้วย แหะ แหะ

มีบางอย่างที่เราไม่ได้พูดไว้อย่างชัดเจนตอนแรก แต่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ

ทัศนคติ

เวลามีคนมาพูดเรื่องเงินเดือนสูงๆ คุณมีความคิดแบบไหนขึ้นมาก่อน

- ไม่จริงหรอก เว่อร์
- รายได้ไม่สำคัญเท่ากับเงินเก็บ จริงหรือ ?
- เขาทำได้อย่างไร

อย่างแรกคุณต้องมีความเชื่อก่อน ว่าเราก็สามารถทำได้

ถึงตรงนี้เราก็ต้องขอบคุณหลายๆ ท่านในพันทิปที่ประสบความสำเร็จมาก่อน
และก็นำประสบการณ์มาแบ่งปัน  บางท่านเราถามเพิ่มเติมไปหลังไมค์ก็อธิบายอย่างเต็มที่
ซึ่งเราเอามาปรับใช้กับการทำงานอยู่เสมอ ^_^


การวางแผน

ชีวิตก็เหมือนการรบ คุณต้องรู้จักวางแผน รู้จักภูมิประเทศพื้นที่
รบยังไงถึงจะได้เปรียบ ต้องหาอาวุธอะไรมาใช้ เพื่อให้ชนะ

การทำงานคุณก็ต้องรู้จักวางแผน ทบทวนเป้าหมายระยะสั้น ระยะยาวอยู่เสมอ
รู้ว่าองค์กรเป็นยังไง เจ้านาย ลูกน้องเป็นยังไง
เพิ่มเติมทักษะตัวเองตรงจุดไหนเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น

ถ้ารู้ว่ารบไม่ชนะ บางทีก็ต้องยอมถอยทัพ
การทนทำงานที่เดิมหลายๆ ปี โดยไม่มีอะไรดีขึ้น
สุดท้ายเราก็คงจะแพ้
ดังนั้นการตัดสินใจที่ทันเวลา มีความจำเป็นอย่างยิ่ง


Edit เพิ่ม :  ความสนุกกับการทำงาน และ Work-life balance

ขออนุญาตเพิ่มเติมไปตอนจบนิดนึงนะคะ
กระทู้นี้ไม่ได้มีเจตนาให้มุ่งแต่ทำงานหาเงินอย่างเดียว
แต่ถ้าอ่านจากเนื้อหาจะเห็นว่า การทำงานต้องสนุกไปกับงานด้วย แล้วโอกาสดีๆ จะตามมา
อีกอันนึงที่สำคัญมาก คือ อันนี้เป็นชีวิตด้านเดียวของเรานะคะ ^_^
จริงๆ แล้วยังมีสังคมด้านอื่น อย่างครอบครัว เพื่อนๆ งานอดิเรก
ซึ่งต้องบริหารเวลาให้ดีเช่นกันค่ะ
...........................................

ThaiElecClub

  • Newbie
  • *
  • Posts: 2
    • View Profile
    • idm
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ
ประวัติเพลงชาติไทย ตำนานความเป็นมาและเรื่องราวกว่า 7 ปีเต็มในการประพันธ์คำร้องและทำนองเพลงชาติไทยที่เป็นเพลงประจำชาติไทยที่ใช้กันในทุกวันนี้