Author Topic: 3 วิธีที่จะช่วยปรับสมดุลร่างกายในชีวิตการทำงาน  (Read 345 times)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • Posts: 75
    • View Profile
Advertisement


3 วิธีที่จะช่วยปรับสมดุลร่างกายในชีวิตการทำงาน



    ภายในไม่กี่ปีนี้ ผู้คนมากกว่าครึ่งโลกจะหลอมรวมเข้ากับการทำงาน ราวกับว่าเป็นเหตุผลหลักในการมีชีวิตอยู่โดยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยในวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นงานที่อยู่ภายใต้หน่วยงานต่าง ๆ หรือว่าเป็นการลงทุนลงแรงเป็นการส่วนตัวก็ตาม นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่าในแต่ละปีผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนใช้เวลาหมดไปกับการทำงานมากซะจนส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของตัวเอง ทั้งในทางสุขภาพกายและจิตใจ หากยังคงปล่อยไว้แบบนี้ก็จะยิ่งเป็นผลเสีย ดังนั้นจึงต้องมีวิธีสำหรับการรับมือกับเรื่องแบบนี้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขในทุก ๆ วัน แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่ามีวิธีใดบ้าง

    1. ให้เวลากับเรื่องไร้สาระ
    ฟังดูผิวเผินอาจดูแปลกประหลาดไปสักหน่อย แต่อันที่จริงนี่แหละคือเคล็ดลับที่สำคัญในการที่เราจะมีความสุขกับชีวิตการทำงานในทุก ๆ วัน ซึ่งในระหว่างวันให้เราเสพย์สื่ออื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานบ้าง อาจจะเป็นช่วงพักเที่ยง พักเบรก หรือว่าหลังเลิกงาน กลับถึงบ้านมานั่งอ่านนิยายแฟนตาซีสักเล่ม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระที่ไม่มีความหมายอะไร แต่มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการทำให้ความคิดสร้างสรรค์ภายในสมองของเรา ให้ได้ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้เวลามากมายหลายชั่วโมงนัก เอาแค่ 1 ชั่วโมงต่อวันนั่นก็เพียงพอแล้ว

    2. ทำสมาธิ
    สำหรับการทำสมาธิที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงการนั่งภาวนาจิตอยู่ในห้องพระที่บ้าน ท่องเว็บ scr888 หรือการออกไปนั่งสมาธิที่วัดในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ในเรื่องที่เราจะพูดถึงนี้อันที่จริงแล้วรวมกับกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่นการออกกำลังกายด้วยโยคะ ก็นับเป็นการทำสมาธิอีกรูปแบบนึง ที่เป็นผลดีกับร่างกายของเราเอง ให้กล้ามเนื้อได้ยืดหยุ่น การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ซึ่งเราต้องพยายามทำจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน รู้สึกได้ชัดเจนถึงทุก ๆ ส่วนในร่างที่ขยับในท่วงท่าต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยให้เราได้ปล่อยวางความคิดอื่น ๆ ในด้านลบ เรื่องที่ทำให้เรารู้สึกเครียดและกังวลไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

    3. ขยับตัวให้มากขึ้นในแต่ละวัน
    การนั่งอยู่กับที่เฉย ๆ โดยที่แทบไม่ขยับเลยในแต่ละวัน หากยังคงทำแบบนี้อยู่ต่อไปยิ่งเป็นผลเสียต่อร่างกาย ตั้งแต่เรื่องปวดหลังที่เกิดจากการนั่งนาน ๆ ไปจนถึงโรคหัวใจที่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากระบบโลหิตของเราไม่สามารถไหลเวียนได้ดีพอ ดังนั้นการเคลื่อนไหวให้บ่อยมากขึ้น หาเรื่องที่ทำให้ตัวเองจำเป็นต้องลุกออกไปจากโต๊ะทำงาน อย่างเช่นการลุกไปดื่มน้ำ ลุกออกไปคุยงานกับเพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกัน แทนการสนทนาผ่านช่องทางออนไลน์ การใช้บันไดในบางครั้งแทนการใช้ลิฟต์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจของเราให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายมากขึ้น